War Risk Surcharge คืออะไร? ทำไมสายเรือต้องเรียกเก็บ พร้อมอัปเดตสถานการณ์ปี 2026

ในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าทางเรือ นอกเหนือจากค่าระวางเรือพื้นฐาน (Ocean Freight) แล้ว ผู้ประกอบการมักจะพบกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เรียกว่า "Surcharges" และหนึ่งในค่าธรรมเนียมที่สร้างความสงสัยและส่งผลต่อต้นทุนอย่างมากในช่วงนี้ก็คือ War Risk Surcharge (WRS)

วันนี้ Eagles Thai จะพามาทำความเข้าใจว่า War Risk Surcharge คืออะไร ทำไมต้องจ่าย และทำไมในช่วงปี 2026 นี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวถึงพุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษ

War Risk Surcharge (WRS) คืออะไร?

War Risk Surcharge (WRS) คือ "ค่าธรรมเนียมความเสี่ยงภัยสงคราม" ที่สายเรือ (Shipping Line) เรียกเก็บเพิ่มเติมจากผู้ใช้บริการ เมื่อเส้นทางการเดินเรือต้องผ่านพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงจากสถานการณ์ความไม่สงบ การสู้รบ หรือภัยคุกคามจากการก่อการร้าย

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ได้เป็นกำไรของสายเรือโดยตรง แต่ถูกนำไปจ่ายเป็น เบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม (Insurance Premium) ที่บริษัทประกันภัยเรือเรียกเก็บเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเรือต้องเข้าสู่ "พื้นที่อันตราย" (Excluded Areas)

 


ทำไมสายเรือถึงต้องเรียกเก็บ War Risk Surcharge?

หลายท่านอาจสงสัยว่า ในเมื่อเราจ่ายค่าระวางไปแล้ว ทำไมต้องมีค่าความเสี่ยงแยกออกมาอีก? นี่คือเหตุผลหลัก:

  1. ค่าเบี้ยประกันภัยพุ่งสูงขึ้น: เมื่อพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งถูกประกาศเป็นเขตเสี่ยงภัยสงคราม บริษัทประกันจะยกเลิกความคุ้มครองปกติ และบังคับให้ซื้อประกันพิเศษเพิ่ม ซึ่งต้นทุนนี้สายเรือไม่สามารถแบกรับเองได้ทั้งหมด

  2. การปรับเปลี่ยนเส้นทาง: เพื่อความปลอดภัย สายเรืออาจต้องเปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางที่ไกลกว่าเดิม (เช่น อ้อมแหลมกู๊ดโฮป แทนการผ่านคลองซูเอซ) ซึ่งทำให้เสียเวลาและค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น

  3. ค่าตอบแทนพิเศษของลูกเรือ: การปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย สายเรือต้องจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ (Hazardous Duty Pay) ให้กับลูกเรือตามข้อตกลงสากล

  4. ความปลอดภัยของทรัพย์สิน: ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน หรือจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเรือในบางเส้นทาง

 


 

อัปเดตสถานการณ์ปี 2026: ทำไม WRS ถึงกลับมาเป็นประเด็นร้อน?

ในปี 2026 สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และ ทะเลแดง (Red Sea) ได้ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้สายเรือระดับโลก เช่น Maersk, Hapag-Lloyd และ MSC ต้องประกาศเก็บค่า War Risk Surcharge เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน

  • ตัวเลขประมาณการ: ในบางเส้นทางมีการเรียกเก็บสูงถึง $1,500 - $3,000 ต่อตู้ (TEU) * ผลกระทบ: สินค้ากลุ่มอาหาร พลังงาน และวัตถุดิบอุตสาหกรรม เผชิญกับต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้นและระยะเวลาการขนส่งที่นานขึ้นกว่า 10-14 วัน

 


 

ผู้ส่งออก-นำเข้า ควรรับมืออย่างไร?

หากธุรกิจของคุณต้องใช้เส้นทางผ่านพื้นที่เสี่ยง การเตรียมตัวคือหัวใจสำคัญ:

  • ตรวจสอบใบเสนอราคา (Quotation): เช็กให้ดีว่าค่า Freight ที่ได้รับ รวม WRS หรือยัง และเป็นราคาที่ยืนพื้นได้นานแค่ไหน

  • วางแผนสต็อกสินค้า: เผื่อเวลาการขนส่งที่อาจล่าช้า (Delay) จากการเปลี่ยนเส้นทาง

  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: การทำงานร่วมกับ Freight Forwarder ที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลอัปเดตและทางเลือกเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุด

 


 

War Risk Surcharge ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมถาวร แต่จะปรับขึ้น-ลงตามสถานการณ์โลก การทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างแม่นยำ ไม่พลาดทุกโอกาสในการแข่งขันระดับสากล


มองหาบริการขนส่งสินค้าทางเรือมืออาชีพ?
ให้ Eagles Thai ช่วยคุณวางแผนการขนส่งและจัดการเอกสารครบวงจร พร้อมอัปเดตสถานการณ์ค่าระวางเรือทั่วโลกแบบเรียลไทม์

E-mail: sales@eaglesthail.com

เบอร์โทร: 02 7904599

Line Official Account: @eaglesthai

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ War Risk Surcharge

1. ใครเป็นคนจ่ายค่า War Risk Surcharge?

คำตอบ: ขึ้นอยู่กับข้อตกลง Incoterms ค่ะ หากเป็น CIF หรือ CFR ผู้ส่งออกมักเป็นคนรับภาระ แต่ถ้าเป็น FOB หรือ EXW ผู้นำเข้าจะเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมนี้พร้อมกับค่าระวาง (Freight)

2. ค่า WRS มีราคานิ่งไหม?

คำตอบ: ไม่นิ่ง เพราะ WRS เป็นค่าธรรมเนียมที่ผันผวนสูงมาก (Volatile) สายเรือสามารถประกาศปรับขึ้นหรือลดได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ (7-14 วัน) ตามสถานการณ์ความตึงเครียดของโลก

3. ถ้าเรืออ้อมไปเส้นทางอื่นที่ปลอดภัยกว่า ยังต้องจ่าย WRS ไหม?

คำตอบ: ส่วนใหญ่ยังต้องจ่ายค่ะ เพราะแม้จะอ้อมพื้นที่อันตราย แต่สายเรือจะมีต้นทุน Fuel Surcharge และ Operating Cost ที่สูงขึ้นมากจากการใช้เวลาเดินทางนานขึ้น ซึ่งบางสายเรืออาจเรียกเก็บในชื่อ Emergency Operations Surcharge (EOS) แทน

4. เราสามารถต่อรองค่า WRS ได้หรือไม่?

คำตอบ: ต่อรองได้ยากมาก เพราะเป็นค่าธรรมเนียมมาตรฐานที่เรียกเก็บเท่ากันทุกราย (Standard Surcharge) แต่คุณสามารถเลือกใช้สายเรือที่ใช้เส้นทางที่เสี่ยงน้อยกว่าเพื่อเลี่ยงค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้

Visitors: 16,998